แจ้งจับครูดนตรีไทย ทุบหลังนร.หญิงทรุด เหตุใส่ต่างหูมาเรียน

       นางจิราพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้นทอด อยู่บ้านเลขที่ 223 ถ.มรุพงษ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เข้าร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ที่ผ่านมา ตนได้พาลูกสาว คือ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2/9 โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.พร้อมพงษ์ เทพทับทิม ร้อยเวรสอบสวน สภ.ฉะเชิงเทรา เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายจิรวัฒน์ สุทาวงศ์ ซึ่งเป็นครูสอนวิชาดนตรีไทย ของโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร เนื่องจากครูคนดังกล่าวไม่พอใจที่ลูกสาวของตนใส่ต่างหูมาโรงเรียน และได้ลงโทษด้วยการทุบตีลูกสาวของตนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ จนร่างกายบอบช้ำ และมีอาการป่วยเป็นไข้

   จากการสอบถาม ด.ญ.เอ กล่าวว่า ขณะที่ตนเองพร้อมกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนจำนวน 35 คน กำลังนั่งรอเพื่อเตรียมเข้าห้องสอบ ขณะนั้นนายจิรวัฒน์ เดินเข้ามาหาเพื่อนร่วมชั้นเรียนของตน ก่อนจะว่ากล่าวตักเตือนในเรื่องที่นักเรียนคนดังกล่าวใส่ต่างหูมาโรงเรียน เนื่องจากเป็นกฎข้อห้ามของทางโรงเรียน

   จากนั้นอาจารย์ชายรายนี้ ก็เรียกตรวจนักเรียนทั้งชั้นเรียนมารวมกัน ก่อนจะเดินมุ่งหน้ามาที่ตน และใช้มือกดหัวก่อนจะทุบหลังของตนอย่างแรง ทำให้ตนเองล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น จนอาจารย์ประจำชั้นที่อยู่ภายในห้องสอบต้องวิ่งออกมาดู เนื่องจากการทุบหลังดังกล่าวมีเสียงดังมาก ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้อาจารย์ชายรายนี้ ยังคงแสดงพฤติกรรมแบบนี้กับเด็กนักเรียนหญิง อีกจำนวน 2 คน ที่สวมใส่ต่างหูมาโรงเรียน

   ด้าน นางจิราพร แม่ของ ด.ญ.เอ ผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า อาจารย์ชายคนดังกล่าว เป็นอาจารย์ที่สอนวิชาดนตรีไทย ปกติแล้วไม่มี อำนาจหน้าที่ในการตรวจระเบียบของนักเรียน เนื่องจากหน้าที่ดังกล่าวเป็นของอาจารย์ฝ่ายปกครอง อีกทั้งการกระทำดังกล่าวก็ถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ควรจะว่ากล่าวตักเตือนหรือยึดของไป ไม่ใช่กระทำการรุนแรงกับเด็กแบบนี้ โดยเฉพาะกับเด็กผู้หญิง จึงได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม

   อีกทั้งเพื่อต้องการให้ดำเนินคดีกับครูรายนี้ เนื่องจากแสดงพฤติกรรมที่รุนแรงก้าวร้าวกับนักเรียนหลายคนภายในโรงเรียน ซึ่งหลังจากตนเองแจ้งความเสร็จจะพา ด.ญ.เอ ไปตรวจร่างกายยังโรงพยาบาลพุทธโสธร เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้ แต่เนื่องจากคดียังไม่มีความคืบหน้า จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าว