ข้อเสนอ พื้นที่การศึกษาพิเศษ

ข้อเสนอพื้นที่การศึกษาพิเศษ

ทุกคนรู้ว่าการศึกษาไทยมีปัญหามากและพยายามแก้ไขกันในหลายรูปแบบอยู่ในปัจจุบัน ได้ผลบ้าง ยังไม่ได้ผลบ้าง ส่วนใหญ่เป็นโครงการระดับย่อยนำร่อง

 ทั้งนี้เนื่องจากเรามีโรงเรียนในความดูแลของ สพฐ.ประมาณ 30,000 โรงเรียน มีนักเรียนที่ต้องรับผิดชอบกว่า9 ล้านคน การแก้ไขทันทีทั้งระบบจึงเป็นเรื่องที่ยากและมีความซับซ้อนเป็นอันมาก ขณะนี้มีข้อเสนอใหม่เป็นโครงการนำร่องในระดับจังหวัดซึ่งน่าสนใจมาก

โครงการนี้มีลักษณะที่เรียกว่าเป็น sandbox สำหรับปฏิรูปการศึกษาไทย กล่าวคือเป็นการทดลองโดยที่จะไม่มีผลกระทบต่อส่วนอื่นของการศึกษา sandbox คือ กล่องทรายที่เด็กเล่นตามจินตนาการ โดยทรายกระเด็นอยู่ภายใต้กล่องเท่านั้น ปัจจุบันทั่วโลกใช้วิธีนี้ในการทดลองโครงการใหม่ในระดับหนึ่งก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อเปลี่ยนแปลงใหญ่แล้วจะประสบผลสำเร็จ เช่นธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตผ่อนปรนให้บางธนาคารทำธุรกรรม โดยใช้ระบบ prompt pay ผ่าน QR code และเมื่อเห็นแล้วว่าเป็นประโยชน์ก็ขยายไปยังทุกธนาคาร

ข้อเสนอนี้จะมี sandbox ปฏิรูปการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นหลักใน 6 จังหวัด จาก 6 ภาค โดยมุ่งให้มีกฎระเบียบอย่างแตกต่างจากที่เหลือ หากได้ผลก็จะนำไปใช้กับพื้นที่อื่นๆ ต่อไป แผนการต่างๆ ได้ลงไปถึงรายละเอียดพอควร ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ แห่ง TDRI และผู้ห่วงใยสนใจการศึกษาไทยหลายคน ได้หารือขัดเกลาและหารือ “ผู้ใหญ่” ของบ้านเมืองไปแล้วบ้าง ตอนนี้อยู่ที่ความเห็นของสังคมไทยว่าจะเอาด้วยหรือไม่

โครงการนี้เป็นไปตามวิธีคิดของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศึกษาฯ) คนปัจจุบัน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ที่ต้องการนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาการศึกษา ซึ่งกระทรวงก็ได้ทำไปแล้วหลายเรื่อง ข้อเสนอนี้แท้จริงมีมานานพอควร แต่เพิ่งได้รับการขัดเกลาให้เป็นรูปร่างจากงานศึกษาวิจัยของ TDRI ใน 4-5 ปีที่ผ่านมา ขอนำเสนอตามประเด็นต่อไปนี้

1. เหตุที่ต้องมีกฎหมายพิเศษเพื่อสร้างพื้นที่การศึกษาพิเศษใน 6 จังหวัด ต้องการหลักประกันความต่อเนื่อง

2. เงื่อนไขเวลา ถ้ากฎหมายผ่านได้สำเร็จในช่วง ก.ย.-พ.ย.นี้ ก็เริ่มโครงการได้

3. โครงสร้างบริหารพื้นที่การศึกษาพิเศษ มีคณะกรรมการนโยบายพื้นที่การศึกษา ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีรมว.ศึกษาฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

4. ระบบการศึกษาใหม่ในพื้นที่กฎหมายที่ออกจะกำหนดให้ระบบใหม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติในเรื่องหลักสูตร

5. หลักสูตรปัญหาปัจจุบัน คือ เน้นเนื้อหามากไป บางตัวชี้วัดไม่สอดคล้องกับทักษะศตวรรษที่ 21 

6. การประเมินการเรียนรู้-ข้อสอบ : ปัญหาปัจจุบันคือ การใช้ข้อสอบ O-NETsbobet ในการประเมินสัมฤทธิผลการศึกษา ทัศนคติ “เรียนเพื่อสอบ” มีการวัดผลที่มีขีดจำกัด 

7. สื่อการเรียนการสอน : จากปัญหาปัจจุบันสู่แนวทางแก้ไข คือ อนุมัติซื้อสื่อตามเกณฑ์ใหม่ที่อิงตัวชี้วัดใหม่ตามหลักสูตรของพื้นที่ฯ กฎหมายใหม่ 

8. ประเมินคุณภาพ : จากปัญหาสู่แนวทางแก้ไข

9. การเงิน : แนวทางแก้ไข คือจัดสรรงบพัฒนาโรงเรียนโดยการทำแผนพัฒนาและขออนุมัติจากพื้นที่ฯ โดยได้รับงบพัฒนาต่อแห่ง

10. การบริหารบุคลากร : แนวทางแก้ไข